นักเตะเสื้อน้ำเงินจิ้มบอลหนีคู่แข่งตรงเส้นข้าง จากอัฒจันทร์ดูเหมือนบอลออกไปแล้ว แต่ภาพช้าจับได้ว่าส่วนโค้งด้านในของลูกยังอยู่ตรงแนวสีขาว ขณะอ่านเหตุการณ์นี้ ให้ตั้งคำถามก่อนว่าบอลพ้นขอบเส้นทั้งใบหรือยัง แล้วจึงค่อยพิจารณาว่าทีมใดสัมผัสเป็นคนสุดท้าย
ภาพแรก บอลยังคร่อมแนวเส้น
เส้นสัมผัสบอลที่พื้นอาจเล็กกว่าความกว้างของลูก เมื่อลูกกลิ้งใกล้เส้น จุดที่แตะหญ้าอาจเลยออกไปก่อน แต่เนื้อบอลด้านข้างยังอยู่เหนือเส้นได้ ในจังหวะที่ไม่มีการหยุดเล่นด้วยเหตุอื่น เกมยังเดินต่อ ถ้าหยุดภาพ ให้พิจารณาทั้งลูกเทียบกับขอบด้านนอกของเส้น ตำแหน่งรองเท้าของคนที่แตะบอลใช้ตอบคำถามนี้ไม่ได้
ภาพที่สอง บอลออกกลางอากาศ
สมมติว่าลูกยังไม่ตกถึงพื้น แต่พ้นเส้นข้างทั้งใบแล้ว กติกาข้อ 9 กำหนดเกณฑ์เดียวกันทั้งลูกบนพื้นและลูกกลางอากาศ เราจึงรู้ว่าออกได้แม้ลูกจะหมุนโค้งกลับมาเหนือสนามในเวลาต่อมา ตำแหน่งที่บอลล้ำเส้นออกไปเป็นจุดอ้างอิงสำหรับการทุ่มกลับเข้าเล่น
เมื่อเสื้อน้ำเงินเป็นคนสุดท้ายที่แตะ ลูกทุ่มจึงเป็นของอีกทีมตามกติกาข้อ 15 ลองเปลี่ยนเพียงข้อเดียวให้บอลสะกิดขาผู้เล่นเสื้อส้มก่อนข้ามเส้น ภาพตำแหน่งที่บอลออกเหมือนเดิม แต่คราวนี้ฝ่ายเสื้อน้ำเงินได้ทุ่ม จุดออกกับคนสัมผัสสุดท้ายเป็นข้อมูลคนละชิ้น
ภาพที่สาม เปลี่ยนมาดูเส้นประตู
ให้กองหน้าฝ่ายน้ำเงินยิงระหว่างเสาประตูของคู่แข่ง ถ้าลูกข้ามเส้นประตูทั้งใบ อยู่ใต้คาน และฝ่ายที่ยิงทำถูกกติกา จึงนับประตูตามข้อ 10 เมื่อลองหยุดภาพก่อนหน้านั้นเพียงเสี้ยววินาทีแล้วเห็นลูกยังคร่อมเส้น จะยังบอกว่าประตูเกิดขึ้น ณ ภาพนั้นไม่ได้
กลับไปลองเลือกแต่ละภาพใน คู่มือกีฬา หรือตรวจข้อความต้นทางใน IFAB ข้อ 9 เรื่องบอลอยู่ในและนอกการเล่น ข้อ 10 เรื่องการทำประตู และ ข้อ 15 เรื่องการทุ่ม